*อนึ่ง Entryนี้เกิดจากความว่างผสมความบ้านะ คริคริ*

 

ไอ้เรื่องที่ชอบดารา หรือการ์ตูนแล้วอยากจะพูดภาษาเดียวกับเค้าให้ได้น่ะ

เราเป็นมาตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้วแหละ (ตอนนี้แก่แล้วสินะ)

จุดเริ่มต้นของการเรียนภาษาญี่ปุ่นของเราก็คือ

เราชอบKillua (HXH)จนขึ้นสมอง XD

แถมพอขึ้นม.ต้นยังมาโดนเพื่อนเปิดเพลงL'Arcกรอกหูอีก

ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าเนื้อเพลงมันแปลว่าไรว้า อิไหมันเขียนไรว้า

ก็เลยไปเรียนซะงั้น

 

แล้ววงจรอุบาทว์มันก็ย้อนกลับมาอีกเมื่อปีที่แล้ว (กร๊ากกก)

เพราะหนังแวมไพร์ที่เป็นกระแสเรื่องนั้นนั่นแหละ

ที่ทำให้เราต้องมานั่งบ้าคลั่ง อยากจะเก่งอังกฤษขึ้นมาสุดใจขาดดิ้น

เพื่อimproveภาษาอังกฤษจ่อยๆของตัวเอง

ถึงขนาดลงทุนไปซื้อ Twilight Saga BOX SETมาเชียวนะ 

(ที่จริงฝากน้องที่ไปเมกาซื้อมา-v-)

ไม่เสียเปล่าจริงๆ ได้เรียนรู้อะไรเพิ่มมากขึ้นหลายอย่าง

ทั้งสำนวนที่ใช้ในการเขียน รูปแบบการเขียน คำพูดที่ใช้กันบ่อยๆ

รวมไปถึงคำศัพท์ที่น่าสนใจก็มีเยอะด้วย

 

ว่าแล้วก็มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า อิอิ

เรียนศัพท์English จาก10Quotesสุดฮิต [Twilight version]

 

1. Surely it was a good way to die, in the place of someone else, someone I loved. (Bella)

เปิดเรื่องมาเลยต้องเจอประโยคนี้

แปลโดยคร่าวๆก็คือ การตายแทนใครสักคนที่ฉันรัก ดูจะเป็นหนทางตายที่ดี

โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นการเปิดเรื่องที่น่าประทับใจมาก (ฮา)

มาถึงก็จะตายกันเลยเรอะ!

เตือนไว้ล่วงหน้าเลยสินะว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีแต่รักที่น่าอภิรมณ์

สำนวนที่น่าสนใจในquoteนี้ก็คือ

 in the place of [Someone]

ถูกกระทำอะไรสักอย่างโดยแทนที่ใครสักคน

อาธิเช่น 

James has been punished in the place of his bro.

เจมส์ถูกลงโทษแทนน้องชายของเขา

ทั้งที่จริงๆแล้วคนที่สมควรโดยคือน้องเขานะ:d

 

2.Once people start throwing wet stuff I go inside. (Bella)

ในทันทีที่ทุกคนเริ่มปาของเปียกๆใส่กันชั้นจะหลบไปข้างใน

 

เคยอ่านนิทานสาวน้อยภาคกันบ้างรึเปล่าเคอะ?

ไอ้ที่มันขึ้นต้นด้วย Once upon a time... น่ะ

ในนิทานมันอาจจะแปลว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

แต่ Once ของBellaในประโยคนี้มีความหมายว่า As soon as

หรือ "ในทันทีที่" นั่นเอง

อาธิเช่น

Once I've found somewhere to live I'll send you my address.

ชั้นจะส่งที่อยู่มาให้เธอทันที่ที่ห้าบ้านใหม่ได้

 

 

 

 

3. Your number was up the first time I met you. (Edward)

ตัวเลขของเธอถูกขึ้นแล้วครั้งแรกที่ชั้นพบเธอ

มะใจ้!!!

สำนวน Your number was up หมายความว่า

"นาฬิกา(ชีวิต)ของเธอถูกนับถอยหลังแล้ว"

อารมณ์ประมาณ ติดระเบิดเวลาไว้กับหลังนั่นแหละ

 

ถ้าต้องมีระเบิดติดหลังโดยที่Edward เป็นคนถือถุญแจปลดสลักไว้ล่ะก็

ชั้นยอมมม!!! =[]=,,

(กรี๊ซ)

 

 

 

 (หน้าน้องเบลพรั่นมาก)

4. And how long have you been seventeen. (Bella)

อายุสิบเจ็ดมานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย!!! /omg 

 (A while-ซักพักนึงแล้ว อิอิ เค้าจำได้นะตัวเอง)

 

เรื่องของเรื่องก็คือ เราจะถามเค้าว่า ทำ...มานานเท่าไหร่แล้ว

จะใช้Past participleก็ไม่ได้สินะ มันไม่ได้ใจความ

เราก็มีวิธีถามโดยใช้

How long+ V.to have + S. + V.3

 เช่นจะถามว่า นี่แกไม่ได้อาบน้ำมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย?!(ถามตัวเอง)

How long have not you taken a shower!?

ส่วนวิธีการตอบของคำถามแบบนี้นั้น เราจะตอบเป็น "ช่วงของเวลา"

อย่างเช่นจะตอบว่า ไม่ได้อาบมาสามวันแล้ว

ใช้ For three days. ในการตอบนะจ๊ะ:D

 

5.So what you’re saying is, I’m your brand of heroin? (Bella)

      Yes, you are exactly my brand of heroin. (Edward)

นี่นายกำลังจำบอกว่า ชั้นเป็นเฮโรอีนใต้ชื่อแบรนด์ของนายเหรอ?

ใช่เลยแม่นาง!!!!

 

ไม่มีอะไรน่าสนใจ เลือกมาเพราะประทับใจ

ไม่จริ๊ง!! สิ่งที่น่าสนใจของประโยคนี้คือ การอุปมาอุปไมยจ้ะ :D

การเปรียบเทียบBella ว่าเป็น Edward's brand of heroinนั้นน่าประทับใจอย่างมาก

เนื่องจาก เอาสารเสพย์ติดมาเปรียบเทียบกับการตกหลุมรักเนี่ย

มันแทบจะ เอ่อ ไม่เห็นฝุ่นเลยนะ 5555

แต่ลองคิดๆดูแล้ว เวลาคนเราติดยาเนี่ย

จะเกิดความรู้สึกว่า รู้นะ ว่าสิ่งที่เราต้องการมันเป็นสิ่งไม่ดี

(Edwardเคยบอกไว้ว่าBellaคงไม่เข้าใจเพราะไม่เคยเสพย์สิ่งต้องห้าม)

แต่ทั้งๆที่รู้เช่นนั้น เราก็ยังอยากจะได้ อยากจะเสพ

และยิ่งพยายามจะห้ามก็ยิ่งอยากจะไขว่คว้า 

ต้องการมันมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ จนหยุดไม่ได้

เหมือนกับการที่EdwardรักBellaทั้งที่รู้ว่า

กลิ่นเลือดที่หอมกรุ่นแบบนั้นเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับตัวเขาก็ตาม

ดังนั้นต่อไปนี้ บอกรักใครให้ดื่มนม พูดว่า

"I can't live without you. You are like my brand of heroin."

 

 

6.Common sense told me I should be terrified.

Instead, I was relieved to finally understand. (Bella)

 สัญชาตญาณบอกชั้นว่าชั้นควรจะต้องกลัว

แทนที่จะเป็นเช่นนั้น ชั้นกลับรู้สึกว่าถูกปลดปล่อยด้วยการได้เข้าใจเสียที

 

ศัพท์ในquoteนี้ที่น่าสนใจได้แก่

terrified  ( adjective )

very frightened

(กลัวมากๆ)

instead  ( adverb )
in place of someone or something else

(แทนที่)

relieve ( verb [T] )
1 to provide relief for a bad situation or for people in need

(ให้อาหารหรือเครื่องใช้ที่จำเป็นต่างๆในสถานการณ์แย่ๆหรือให้กับผู้ที่ต้องการ)

2 to take the place of someone and continue doing their job or duties

 (เข้าไปรับช่วงต่อจากใครสักคนเพื่อทำงานหรือหน้าที่ของเค้าต่อ)

3 FORMAL to free a place that has been surrounded by an enemy army by military force

(เคลียร์พื้นที่ที่ถูกล้อมกรอบด้วยทัพของศัตรูหรือกำลังทหาร)

แปลง่ายๆว่า "บรรเทา" น่ะจ้ะ -A- (จะยากทำไมเนี่ย)

 

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากquotesนี้ก็คือ

เวลาที่เราต้องการจะพูดว่า เรารู้สึกว่าความทุกข์ของเรามันทุเลาลงเนื่องจากอะไรบางอย่าง

จะใช้สำนวนว่า

relieve to + V. infinitive นั่นเองเค่อะ -u-

แต่เมื่อเราลองไปcheckดูในdic onlineของcambridgeแล้ว เราเจอแค่

relieve sb of sth (OBJECT) (ปลดปล่อย คน จาก บางสิ่งบางอย่าง)

เช่น May I relieve you of that heavy bag?

กับอีกแบบนึงคือ

HUMOROUS to steal something from someone 

relieveเป็นคำแสลง ที่แปลว่า ขโมย ได้ด้วย!!

The pickpocket delicately relieved him of his wallet.

 

 

 

 

7. I love you. It’s a poor excuse for what I’m doing, but it’s still true. (Edward)

ผมรักคุณ แม้นั่นจะเป็นเหตุผลที่โง่เง่าสำหรับสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่

แต่นั่นก็คือความสัตย์จริง

โอยยยย ฟังแล้วอิชั้นจะละลายอีกซักกะที

=//////= มาดแมนอะไรเช่นนี้คะพ่อคุ๊ณณณณณณ!!!!!

ตั้งสติก่อนสตาร์ท....

 

excuse (EXPLANATION)

noun

เท่าที่เคยเจอมาคำนี้แปลได้หลายความหมาย ขึ้นอยู่กับบริบทนะ

ไม่ว่าจะเป็น เหตุผล คำอธิบาย หรือ ข้ออ้าง

Excuse for something = ข้ออ้างสำหรับบางสิ่งบางอย่าง

เช่น Could you fine me any good excuse for missing yesterday's meeting ?

(ไหนลองบอกเหตุผลมาซิว่าเมื่อวานโดดประชุมทำไม ห๊า !!=[]=!?)

 

8. Is that what you dream about? Being a monster? (Edward)

Mostly I dream about being with you forever. (Bella) 

นั่นหรือที่คุณปรารถนา? การเป็นอมนุษย์น่ะหรือ?

โดยส่วนมากแล้ว ชั้นฝันถึงการอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป

 

โอยย~~~ ขายฝันอีกแล้ว=v=

Dream about + something (N.)

 มีความฝัน หรือความปรารถนาที่จะทำ/เป็นอะไรสักอย่าง

เช่น

I'm dreaming about having a big house with a soccor field in it.

ฝันจริงจริ๊งง  ว่าอยากได้บ้านหย่ายๆมีสนามบอลอยู่ในรั้วบ้าน (ฮา)

 

 

  9.I love you more than everything else in the world combined. Isn’t that enough? (Bella)

อันนี้ก็เลือกมาเพราะความซึ้งอีกแล้วครับท่าน!!!

everything else = สิ่งอื่นๆทั้งหมด

 combine   ( verb )
1 [I or T] to (cause to) exist together, or join together to make a single thing or group

( ทำให้อยู่รวมกัน, เข้ามารวมกันเพื่อทำให้เป็นหนึ่งเดียวหรือเป็นกลุ่ม)

2 [T] If someone combines two or more qualities, they possess both of those qualities

( ใช้ในความหมายว่า มีคุณสมบัติมากกว่าสองประการขึ้นไป)

3 [T] to do two activities at the same time

(กระทำสองกิจกรรมในเวลาเดียวกัน)

 

ทั้งหมดจึงแปลว่า

"ฉันรักคุณมากกว่าทุกสิ่งที่เหลือในโลกมารวมกัน เท่านั้นยังไม่พออีกหรือ?"

 

และQuote ปิดท้าย 

(ที่อยู่ท้ายสุดเพราะมันอยู่ที่ปกหลังของหนังสือ 55)

 

 

 
10. About three things I was absolutely positive.

First, Edward was a vampire.

Second, there was part of him

— and I didn’t know how potent that part might be —

that thirsted for my blood.

And third, I was unconditionally and irrevocably in love with him. (Bella)

ศัพท์แสงน่าสนใจ(น่าถลำลึก)เป็นอย่างยิ่งในquoteนี้

absolutely ( adverb )  = completely

อย่างสมบูรณ์แบบ

positive ( adjective ) = certain and without any doubt

แน่ใจอย่างไร้ข้อกังขา

potent   ( adjective ) = very powerful, forceful or effective

ทรงพลัง ทรงอำนาจ

thirst ( noun [S or U] ) = a need for something to drink

ความต้องการที่จะดื่ม

unconditionally  ( adverb ) = complete and not limited in any way

โดยสมบูรณ์และไร้ที่สิ้นสุดด้วยประการทั้งปวง

irrevocably  ( adverb ) = impossible to change

ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

 

คำแปลอันสลวยสวยเก๋นั้น เชิญไปอ่านหลังปก

คำแปลต่อไปนี้เป็นการแปลตามแบบของเรา (ฮา)

"มีอยู่สามสิ่งที่ฉันแน่ใจได้

อย่างแรกคือ เอ็ดเวิร์ดเป็นแวมไพร์

อย่างที่สอง มีบางส่วนในตัวเขาที่ฉันไม่รู้ว่าจะทรงพลังสักแค่ไหน

ซึ่งกระหายเลือดฉัน

 และสุดท้าย ฉันตกหลุมรักเขาอย่างไร้เงื่อนไข และถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว"

 

 

ปิดท้ายก่อนจากกับเอนทรีย์มีสาระเกินเหตุ ของเรานิดนึง :D

portrait Bella ชิวๆ นั่งวาดริมน้ำเมื่อวันเสาร์

 

อิอิ ติชมได้คับพ้ม:D

 

  References

Twilight guide for all Quotes

Cambridge Dictionary 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ว๊ายๆๆๆๆ ชอบหลายๆประโยคเลยค่ะ
มันซึ้งไปมั้ยคะเอ็ดเวิร์ด>w<
หลงรักผู้ชายคนนี้เช่นเดียวกัน อร๊ายย*/////*

ชอบสำนวนเรื่องนี้นะ ดูมีระดับลึกซึ้ง
แต่ก้ตรงไปตรงมามากๆในการเปรียบเปรย

อ่อค มาดูภาพแล้วอยากจะไปนั่งดูเลย

portraitเบลล่างามมากค่ะ><

#1 By PEACE on 2009-05-27 16:11